buro bhutto.jpg
 
HIT_Unseen ... Southern Franc 8 Day
ฝรั่งเศสตอนใต้

ฝรั่งเศสตอนใต้ 8 วัน  เวียนนา (ออสเตรีย) – เจนีวา (สวิสเซอร์แลนด์) – อันเนอซี (ฝรั่งเศส)

ริเวียร่า-โกต ดาซูร์ ดินแดนแสนวิเศษที่ไม่เคยมีฤดูหนาว

ในศตวรรษที่ 19 ผู้คนในแวดวงสังคมชั้นสูงของยุโรปพูดกันถึงดินแดนแสนวิเศษที่ไม่เคยมีฤดูหนาวอันหนาวเหน็บ และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ชื่อเสียงของโกต ดาซูร์ก็ฉายแววสุกใสค้างฟ้าในหมู่สังคมชั้นสูงคานส์ อองตีบส์ นีซ แซ็งต์-ฌอง-กัป-แฟราต์ วิลฟรองช์-ซูร์-แมร์... ชื่อเสียงของเมืองเหล่านี้ขจรขจายเป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลกในชื่อว่า ริเวียร่า (riviera) ซึ่งเป็นที่ที่ไม่มีใครเหมือนและเป็นดินแดนที่มีทิวทัศน์สวยงาม บรรยากาศหรูหรามีชีวิตชีวาอยู่ตลอดเวลา ที่นี่ภูเขาจะอยู่ไม่เคยห่างจากท้องทะเล วัฒนธรรมท้องถิ่นและงานเทศกาลทางวัฒนธรรมระดับโลกจะเข้ากันได้อย่างกลมกลืน หมู่บ้านเล็กๆ อันเก่าแก่ยืนอยู่เคียงข้างคฤหาสน์ใหญ่โตหรูหราโดยไม่ขัดเขิน


6 – 13 และ 13 – 20 สิงหาคม 2554


 ราคา : 79,900.- บาท


วันแรกของการเดินทาง (1)        กรุงเทพฯ

 

21.00 น.

นัดพบกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารโดยสาร ชั้น 4 เข้าประตูหมายเลข 4 ผ่าน เคาน์เตอร์  G ของสายการบิน ออสเตรียนแอร์ไลน์ หัวหน้าทัวร์และเจ้าหน้าที่ บริษัท ไฮไลท์ อินเตอร์เนชั่นนอล ทราเวล รอต้อนรับคณะและอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระและการเช็คอินด้วยความยินดี

              

กระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน
- กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นเครื่องบิน
- วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้าเป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตรการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ [ICAO]
- หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะถูกปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบินจึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้ และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาด

23.55 น.  

ออกเดินทางสู่ กรุงเวียนนา (Vienna) ประเทศออสเตรีย ( Austria) โดยเที่ยวบินที่ OS 026  (ใช้เวลาในการเดินทาง 10.40 ชั่วโมง)

 

วันที่สองของการเดินทาง (2)      เวียนนา (ออสเตรีย) – เจนีวา (สวิสเซอร์แลนด์) – อันเนอซี (ฝรั่งเศส) – เปรุส - ลียง

 

05.35 น.

ถึง สนามบินกรุงเวียนนา (Vienna)  หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง รอเปลี่ยนเครื่อง  (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ช.ม.)

06.50 น.

ออกเดินทางต่อสู่   เมืองเจนีวา(Geneva) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) โดยเที่ยวบินที่  OS 571  (ใช้เวลาในการเดินทาง 1.45 ช.ม.)

 

08.45 น.

ถึงสนามบิน เมืองเจนีวา(Geneva) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland) (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ช.ม.)

12.00 น.

หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว รถโค้ชปรับอากาศรอรับนำท่าน นำทุกท่านเดินทางสู่ เมืองอันเนอซี (Annecy) (ระยะทางในการเดินทาง 46 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทาง 45 นาที) เมืองหลวง ของเขตชาววอยตอนบน ซึ่งอาจจะเรียกว่าห้องรับแขกของภูมิภาคโรน-แอลป์ ที่  เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส และสวิสเซอร์แลนด์เป็นเมืองที่แวดล้อม ด้วยธรรมชาติ ทะเลสาบ ภูเขา ทำให้ที่นี่ปราศจากมลพิษเป็นเมืองที่ผลิต ของโลกด้วย เมืองอันเนอซี (Annecy) นี้ยังเป็นเมืองพักตากอากาศที่ขึ้นชื่อของฝรั่งเศส ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวจากหลากหลายชาติเข้ามาเยี่ยมชมตลอดปี ชมความน่ารักของเมืองนี้บริเวณ ย่านเมืองเก่า ที่แสนจะโรแมนติค ด้วยตึกทรงโบราณสีสวยสดเป็นแนวยาว สองฟากฝั่งคลองที่มีน้ำใสสะอาดและเต็มไปด้วยร้านขายของที่ระลึก ถ่ายรูปคู่กับ Island Palace สัญลักษณ์ของเมืองซึ่งตั้งอยู่กลางแม่น้ำเดิมทีอาคารนี้เป็นของตระกูล เดล ลิส์ล สร้างในศตวรรษที่ 12 แต่อีก 200 ปีต่อมาถูกเปลี่ยนเป็นศาลและคุก แล้วเปลี่ยนมาเป็นโรงกษาปณ์ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นที่ทำการของรัฐในศตวรรษที่ 15 แล้วกลับมาเป็นคุกใหม่อีกครั้งในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส จนถึงปี ค.ศ. 1986 ทางการฝรั่งเศสได้เข้าบูรณะครั้งใหญ่แล้วใช้เป็นที่แสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเมืองอันซีและซาวัว ด้วยความโดดเด่นในประวัติศาสตร์และรูปทรงทางสถาปัตยกรรมทำให้  Palais de L’Isle กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองอันซีไปในที่สุด ความเป็นเมืองเล็กไม่ได้ทำให้อันซีดูด้อยเลย แต่กลับทำให้การเดินเที่ยวทำได้ง่ายและน่าสนุก

12.00 น.    

อาหารกลางวันแบบพื้นเมือง ณ ภัตตาคาร


หลังอาหารนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองเปรุส (Perouges) (ระยะทางในการเดินทาง 159 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทาง 2 ชั่วโมง)หนึ่งในหมู่บ้านที่สวยงามมากที่สุดของ ประเทศฝรั่งเศส (France) หากท่านมีโอกาสไปเยือนดินแดนที่เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวอย่าง ประเทศฝรั่งเศส (France) แน่นอนว่าการได้มีโอกาสไปเยือนสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "หมู่บ้านที่สวยงามมากที่สุดของประเทศฝรั่งเศส" ก็ดูน่าสนใจอยู่ไม่น้อย นำท่านชม  เมืองยุคกลางที่มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 ถือเป็นอนุสาวรีย์ทางประวัติศาสตร์ที่ได้รับการเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี สำหรับตัวหมู่บ้านนั้นตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆ ที่มีกำแพงเมืองล้อมรอบเป็นอย่างดี ในอดีตหมู่บ้านแห่งนี้ค่อนข้างมีความมั่งคั่งมาจากอุตสาหกรรมสิ่งทอและการผลิตไวน์  สำหรับการเที่ยวใน เมืองเปรุส (Perouges) นั้น รับรองว่าท่านจะได้ตื่นตาตื่นไปกับความเก่าแก่ของหมู่บ้าน ด้วยการเดินลัดเลาะไปตามถนนก้อนกรวด ชื่นชมอาคารบ้านเรือน ร้านค้า นอกจากนี้ยังมีสถานที่จำพวกสิ่งปลูกสร้างที่มีความเก่าแก่อื่นๆ อาทิเช่น ปราสาท หอคอย คริสตจักร จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่  เมืองลียง (Lyon) (ระยะทางในการเดินทาง 36 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทาง 30 นาที)เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศฝรั่งเศสและเป็นเมืองเก่าแก่ ซึ่งชาวโรมันเป็นผู้สร้างไว้ตั้งแต่ก่อนสมัยคริสตศักราช และเมื่อถึงศตวรรษที่ 15 เมืองลียงได้เข้าสู่ยุครุ่งเรืองและกลายเป็นเมืองศูนย์กลางด้านการค้าของฝรั่งเศส และได้มีการทำอุตสาหกรรมด้านการทอผ้าไหม ซึ่งต่อมากลายเป็นรายได้หลักของประชากร เมืองลียง (Lyon) แห่งนี้ และเมืองลียงก็เป็นอีกหนึ่งเมืองของฝรั่งเศสที่ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลกอีกด้วย นำท่านเที่ยวชม จากนั้นนำท่านสู่ย่าน ฟูร์วิแยร์ “Fourviere” หรือเขตเมืองเก่าตั้งแต่สมัยโรมัน ท่านจะได้พบกับกับโรงละครโรมันโบราณ ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ซาโอน อันสวยงาม นำทุกท่านชม บาสิลิสก์ นอเตรอดาม เดอ ฟูร์วิแยร์  “Basilique Norte Dame de Fourviere” สัญลักษณ์ของ เมืองลียง (Lyon) ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยคริสศตวรรษที่ 19โดยมีการเลียนแบบสถาปัตยกรรมสมัยไบเซนไทน์ ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาคล้ายกับวิหารพระหฤทัยในปารีส ภายในมีการตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสค เป็นวิหารที่มีความสวยงามอีกแห่งหนึ่ง



19.00 น.

อาหารค่ำแบบพื้นเมือง ณ ภัตตาคาร

                

พักค้างคืน ณ Grand Hotel, a Boscolo First Class Hotel **** หรือเทียบเท่า


 วันที่สามของการเดินทาง (3)          ลียง - หมู่บ้านลา โรค ซูร์ ซีร์ – อาวิญอง - นีมส์

07.00 น.

อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม


เช้านี้นำท่านออกเดินทางสู่ หมู่บ้านลา โรค ซูร์ ซีร์ (La Roque-sur-Ceze) (ระยะทางในการเดินทาง 207 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทาง 2 ชั่วโมง 30 นาที) คือ หมู่บ้านเล็กๆที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “อีกหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดของประเทศฝรั่งเศส” โดยหมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ทางตอนเหนือของ จังหวัดการ์ (Gard) นำท่านชม หมู่บ้านลา โรค ซูร์ ซีร์ (La Roque-sur-Ceze) เป็นหมู่บ้านยุคกลางที่สวยงาม ซึ่งตั้งขึ้นบนเนินเขา ใกล้ๆกับ น้ำตก Sautadet น้ำตกที่เกิดจากการถูกกัดเซาะ จนกลายเป็นโตรกหินผา และแก่งหิน และสภาพภูมิประเทศขรุขระที่สวยงาม เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของ หมู่บ้านลา โรค ซูร์ ซีร์ (La Roque-sur-Ceze)นอกจากนี้แล้ว ภายใน หมู่บ้านลา โรค ซูร์ ซีร์ (La Roque-sur-Ceze)ยังโดดเด่นไปด้วยอาคารบ้านเรือน ปราสาท และป้อมปราการอันเก่าแก่ ซึ่งถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 12 น่าเสียดายตรงที่ไม่เปิดให้สาธารณชนเข้าชม เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ของเอกชนนั่นเอง  สุดท้ายไม่พลาดไปชม สะพานหินโบราณ ที่เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ด้านการท่องเที่ยวของหมู่บ้านลา โรค ซูร์ ซีร์ (La Roque-sur-Ceze)โดยสะพานหินแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ในการสัญจรข้าม แม่น้ำ smal ซึ่งปัจจุบันเป็นอนุสาวรีย์ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งของฝรั่งเศส จากนั้นนำท่านสู่ เมืองอาวิญอง (Avignon)
( ระยะทางประมาณ 45 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ  45 นาที)

              

13.00 น.

อาหารกลางวันแบบเอเชีย ณ ภัตตาคาร


นำท่านชม เมืองอาวิญอง (Avignon) ผ่านชม ปาเล่ส์ เดส์ ปาปส์ “Palais Des Papes” พระราชวังของพระสันตะปาปา ที่ได้ย้ายที่พำนักมาที่นี่จำนวน 9 พระองค์ (ค.ศ.1309-1423) โดยพระองค์แรกพระนามว่า Clément ที่ 5 ส่วน 2 พระองค์สุดท้าย ถูกขนานนามว่าพระสันตะปาปานอกทำเนียบ เนื่องจากที่วาติกันก็ได้มีการสถาปนา พระสันตะปาปาเช่นกัน อดีตพระราชวังแห่งนี้ได้รับการยกย่องจากยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลก ในปี ค.ศ. 1995 พระราชวังนี้ตกแต่งแบบโกธิค มีความใหญ่โตถึง 15,000 ตารางเมตร จากนั้นนำท่านชม สะพานเลอ ปง แซงค์ เบอเนอเซ่ “Pont St Benezet” หรือที่หลายคนเรียกว่า สะพานแห่งเมืองอาวิญญง “Pont d’Avignon” หรือ สะพานหัก เป็นสะพานที่มีชื่อเสียงอย่างมากในประวัติศาสตร์ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 ต่อมาสะพานนี้ได้ถูกทำลายลงไปโดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แม้จะทำการบูรณะหลายครั้งแต่ก็ประสบกับภาวะน้ำท่วม ทำให้ในปัจจุบันเราจึงยังคงเห็นภาพสะพานที่มีลักษณะคล้ายสร้างไม่เสร็จ  นำท่านเดินทางสู่ เมืองนีมส์ (Nimes) ( ระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ  45 นาที) เมืองที่มีกลิ่นอายแห่งสเปน เมืองนีมส์ (Nimes) ยังมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ซึ่งมีความเก่าแก่ย้อนไปถึงยุคโรมัน นอกจากนี้เมืองนีมส์ยังเป็นที่รู้จักกันในประวัติศาสตร์สำหรับสิ่งทอ โดยเฉพาะ ยีนส์ สิ่งทอยอดนิยมของเราในปัจจุบันนั่นเอง   เมืองนีมส์ (Nimes) กับน้ำพุ ดูจะเป็นสิ่งที่คู่กันมาช้านาน และหากคุณเป็นอีกคนที่ชื่นชอบความสนุกสนานของ เทศกาล งานฉลอง และสีสันของยามราตรี ด้วยความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงอย่าง สนามกีฬาโรมันโบราณ “Amphitheatre” ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่กลางเมือง และสถานที่แห่งนี้ก็ได้กลายเป็นอีกจุดโฟกัสของเมืองอีกแห่งเช่นกัน



19.00 น.

อาหารค่ำแบบเอเชีย ณ ภัตตาคาร

                

พักค้างคืน ณ   Imperator Hotel **** หรือเทียบเท่า


วันที่สี่ของการเดินทาง (4)       นีมส์ – ปอร์งดูการ์ –  การ์กาซองน์  -นีมส์


07.00 น.

อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำทุกท่านเดินทางต่อสู่  ปอร์งดูการ์ (Pont du Gard ) ( ระยะทาง 23 กิโลเมตร ใช้เวลา เดินทาง 30 นาที ) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส นำทุกท่านชมความสวยงามของ “Le Pont du Gard”  ซึ้งเป็นสะพานเก่าแก่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมาตั่งแต่ประมาณ 2,000 ปีมาแล้วด้วยความเก่าแก่และไม่ธรรมดาของสะพานส่งน้ำโรมันแห่งนี้ จึงถูกจัดเข้าเป็นมรดกโลกจากองค์การ  UNESCO ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1985 “Le Pont du Gard ” เป็นสะพานส่งน้ำโรมัน ซึ่งมีความสูง 3 ชั้น ตั้งอยู่ในชุมชน “Vers-Pont-du-Gard ” ใกล้ๆกับหมู่บ้าน Remoulins ของ เมือง (Nimes) อยู่ในเขตการปกครองของ  “Gard département du Gard  ”จากเรื่องราวความเป็นมาของสะพานส่งน้ำโรมันแห่งนี้ เริ่มต้นตั้งแต่ในสมัยศตวรรษที่ 1 มีเมืองโรมันชื่อว่า Nemausus ซึ่งปัจจุบันก็คือ เมืองนีมส์ (Nimes)  ที่อยู่ใกล้ๆกับ เมืองอาวิญอง(Avignon) สะพานส่งน้ำแห่งนี้สร้างขึ้นในช่วง ค.ศ.40-60 ทำหน้าที่ส่งน้ำจากเมือง Uzès ซึ่งมีแหล่งน้ำที่ได้มาจากแม่น้ำ “l'Alzon” ไปยังเมือง Nemausus หรือ เมืองนีมส์ (Nimes) ให้ได้มีน้ำใช้กัน โดยเส้นทางส่งน้ำสายนี้มีความยาวถึง 50 กิโลเมตร และมีข้อสังเกตด้วยว่าบริเวณพื้นที่แหล่งน้ำอยู่สูงกว่าปลายทางที่รับน้ำ เพียงแค่ 12 เมตรเท่านั้น วิศวกรโรมันสมัยนั้นต้องใช้เทคนิคอันสุดยอดเพื่อทำให้น้ำสามารถไหลไปได้ไกลถึง 50 กิโลเมตร มีความสูง 49 เมตร ซึ่งถือว่าเป็นสะพานส่งน้ำโรมันที่สูงที่สุดในโลก และยาว 275 เมตร ตั้งค่อมแม่น้ำ “le Gardon” อยู่อย่างสง่างาม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองการ์กาซองน์ (Carcassonne) ( ระยะทาง 225 กิโลเมตร ใช้เวลา เดินทาง 2 ชั่วโมง 30 นาที )

              

12.00 น.

อาหารกลางวันแบบพื้นเมือง ณ ภัตตาคาร


นำท่านชม เมืองการ์กาซองน์ (Carcassonne) เมืองแห่งป้อมปราการในยุคกลางอันน่าทึ่งและมีประวัติทางการทหารที่สำคัญ สัมผัสกับป้อมปราการอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ ซึ่งดูราวกับเมืองในเทพนิยายไม่ว่าจะเป็นป้อมปราการกำแพงเมือง ปราสาทของขุนนางในยุคกลาง บิชอป ทาวเวอร์โบสถ์ในยุคโรมันที่ผสมผสานศิลปะถึงสองสมัยในการสร้าง แล้วนำท่านเดินทางสู่ เขตเมืองเก่า ให้ท่านได้เดินชมความงาม และสถาปัตยกรรมของ อาคารบ้านเรือนในยุคเก่า และให้ท่านได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวฝรั่งเศสในสมัยกลาง อีกทั้งในย่านเขตเมืองเก่านี้ยังมีร้านอาหารพื้นเมืองให้ท่านได้ลองชิมรสชาติของขนมและอาหารพื้นเมือง จากนั้นอิสระให้ท่านเดินชมในตัวเมืองพร้อมเก็บภาพเป็นที่ระลึก  พร้อมทั้งเลือกซื้อกลับไปเป็นของฝากได้ตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองนีมส์ (Nimes) ( ระยะทาง 198 กิโลเมตร ใช้เวลา เดินทาง 2 ชั่วโมง )



19.00 น.

อาหารค่ำแบบพื้นเมือง ณ ภัตตาคาร

                

พักค้างคืน ณ    Imperator Hotel **** หรือเทียบเท่า

 

วันที่ห้าของการเดินทาง (5 )          นีมส์  - หมู่บ้าน เล โบ เดอ โพรวองซ์ – ก๊อก (เดอะ) – เอ็กซ์ ออง โพรวองซ์


07.00 น.

อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม


เช้านี้นำท่านออกเดินทางสู่ เมือง เล โบ เดอ โพรวองซ์ (Les Baux de Provence) ( ระยะทาง 52 กิโลเมตร ใช้เวลา เดินทาง 50 นาที ) เมืองอะไรช่างน่ารักจนไม่รู้จะบรรยายออกมาทางคำพูด แต่เมืองโบราณแห่งนี้ก็ทำให้นักท่องเที่ยวหลายๆคนคลั่งไคล้จนไม่อยากจะจาก เมืองนี้มานักต่อนักแล้ว  เมือง เล โบ เดอ โพรวองซ์ (Les Baux de Provence) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในแถบ “Alpilles Mountains” ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส (France) โดยตัว เมือง เล โบ เดอ โพรวองซ์ (Les Baux de Provence) นั้นถูก สร้างไปตามหุบเขา เป็นเมืองที่ยังคงรักษาศิลปะและวัฒนธรรมโบราณเอาไว้ได้เป็นอย่างดี  จากนั้นการเดินชมอาคารบ้านเรือนที่ส่วนใหญ่สร้างจากหินปูน พบกับร้านค้าที่ขายของที่ระลึกสไตล์โพรวองซ์ และเหล่านักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากทั่วสาร ทิศ เดินชมเหนื่อยๆ คุณอาจมองหาร้านอาหารน่ารักๆที่มีอยู่มากมาย ซึ่งแต่ละร้านก็ต่างแข่งขันกันตกแต่งหน้าร้าน เพื่อดึงลูกค้าเข้าร้านกันแบบสุดฤทธิ์  ต่อมาแวะไปชมซากปราสาทโบราณ ชาโตว์ เดด โบ “Château des Baux” ที่มีขนาดใหญ่ซึ่งเป็นของอดีตเจ้าเมืองที่เคยปกครองเมืองนี้ บริเวณปราสาท เมื่อมองลงไปเบื้องล่างคุณจะพบกับไร่ไร่องุ่นและมะกอกสุดลูกหูลูกตา  ด้วยความมากเสน่ห์ของ เมือง เล โบ เดอ โพรวองซ์ (Les Baux de Provence) ทำให้เมืองนี้ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนหลายล้านคนต่อปี นอกจากนี้ เมือง เล โบ เดอ โพรวองซ์ (Les Baux de Provence) ยังได้รับคัด เลือกให้เป็น “หนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดในฝรั่งเศส” อีกด้วย

              

12.00 น.

อาหารกลางวันแบบพื้นเมือง ณ ภัตตาคาร


นำทุกท่านเดินทางต่อสู่ เมืองก๊อก (เดอะ) (Gordes) ( ระยะทาง 47 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 30 นาที ) เมืองที่สวยงามและมีประวัติศาสตร์อันยาวนานตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส จากนั้นเดินทางต่อไปยัง หมู่บ้าน “Gordes” อ่านว่า ก๊อก (เดอะ) ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนภูเขาโดยมีบ้านเล็กใหญ่ตั้งลดหลั่นกันไปก่อนถึงตัวหมู่บ้านจะมีจุดชมวิวซึ่งไม่ว่าใครจะมาคงต้องแวะที่จุดนี้ก่อนและจากจุดนี้เองที่สามารถมองเห็นหมู่บ้าน “Gordes” ในมุมที่สวยงาม อีกทั้งทิวทัศน์บริเวณรอบๆหมู่บ้านอีก ด้วย  “Gordes” อยู่ในเขตเทือกเขา  “Luberon”  (อ่านว่า ลู-แบ-คง) แรกเริ่มเดิมที “Gordes”  มีมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ พอมาในสมัยโรมันก็ได้มีการสร้างบ้านเรือนบนยอดเขา เน้นนะครับว่า "ยอดเขา" ต่อมาในสมัยยุคกลางประชาชนก็ย้ายกันมาอยู่ และสร้างบ้านเรือนเพิ่มเติมจนเต็มภูเขาอย่างที่เห็น ในปี ค.ศ.1944 ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หมู่บ้าน“Gordes” ได้ถูกทำลายเป็นส่วนใหญ่จากกองทหารเยอรมัน

หลังจากนั้นก็ได้มีการสร้าง ซ่อมแซมขึ้นใหม่เป็นหมู่บ้าน “Gordes” ในยุคปัจจุบันซึ่งว่ากันว่า ข้อดีของการสร้างขึ้นใหม่คือได้มีการจัดวางผังเมืองใหม่ได้อย่างสวยงาม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเอ็กซ์ ออง โพรวองซ์ (Aix En Provence) (ระยะทางประมาณ 78 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ) เมืองสวยที่สุดเมืองหนึ่งของฝรั่งเศส และอดีตเคยเป็นเมืองหลวงเก่าของ แคว้นโปรวองซ์ เมืองนี้เป็นเมืองตาอากาศยอดนิยมเนื่องจากมีอากาศอบอุ่น, มีท้องฟ้าสีฟ้าสดกับน้ำทะสีครามทำให้บริเวณนี้ได้รับการขนานนามว่า “โค้ตดาซูร์” (Cote D’Azur) ศิลปินและนักเขียนหลายคนอพยพจากปารีสลงมาอยู่ในแถบนี้เนื่องจากสีสันที่สดใสตามธรรมชาตินั้นเป็นแรงดลใจให้วาดภาพได้อย่างสวยงาม และด้วยอาคารบ้านเรือนที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบบารอคอันหรูหรามากมายที่หลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน จึงได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็น “มรดกโลก” นำท่านชมความงดงามของ วิหาร แซงต์ ซาเวียร์ “St. Sauveur” สถานที่รวบรวมสถาปัตยกรรมอันหลากหลายตั้งแต่ ศตวรรษที่ 5 – 17 ภายนอกและภายในตกแต่งอย่างวิจิตรอย่างงดงาม ทั้งประตูวิหารแกะสลัก แท่นบูชา แท่นทำพิธี ฯลฯ แล้วนำท่านเดินเล่นบน ถนนกูร์ส มิราโบ “ Cours Mirabeau ” ถนนสายสำคัญที่สุดของเมืองที่สองฟากถนนปลูกต้นไม้รื่นรมย์ตลอดทางและมีน้ำพุประดับประดาอยู่บนถนนเป็นระยะๆ อิสระให้ท่านเลือกซื้อของ ฝากตามอัธยาศัย

19.00 น.

อาหารค่ำแบบพื้นเมือง  ณ ภัตตาคาร

                

พักค้างคืน ณ  Aquabella Hotel *** หรือเทียบเท่า

 

วันที่หกของการเดินทาง ( 6 )          เอ็กซ์ ออง โพรวองซ์  - แซงต์-โทรเปซ์ – คานส์ - นีซ


07.00 น.

อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

 

นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองแซงต์-โทรเปซ์ (Saint –Tropez) (ระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที )  เมืองที่ไม่เหลือเค้าอดีตเมืองที่เคยเป็นแค่หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ เพราะตอนนี้ชื่อ เมืองแซงต์-โทรเปซ์ (Saint –Tropez) ปรากฏอยู่ Saint –Tropez ในวงการแฟชั่นตลอดเวลา นี่คือแรงบันดาลใจของหลายคอลเล็กชั่นของหลากดีไซด์เนอร์ ทั้งยังเป็นเมืองในฝันของเหล่าคนดัง ที่มาใช้ชีวิตฟู่ฟ่า อิสระท่านช้อปปิ้งตามบูติกหรูหราเรียงราย หรือแวะคาเฟ่ริมหาด หากโชคดีท่านอาจจะได้กระทบไหล่บรรดาดาราและเหล่าไฮโซคนดัง

              

12.00 น.

อาหารกลางวันแบบพื้นเมือง ณ ภัคตาคาร


หลังอาหารกลางวันนำท่านเดินทางสู่ เมืองคานส์ (Cannes) (ระยะทางประมาณ 84 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ) หากกล่าวถึง เมืองคานส์หรือกานส์ (Cannes) อันดับแรกที่เราได้ยินกันบ่อย คือเทศกาลหนังนานาชาติที่จัดขึ้น ประมาณเดือนพฤษภาคมของทุกปี หากใครที่คลั่งไคล้ดาราแล้วละก็ พลาดไม่ได้ที่จะมาสัมผัสบรรยากาศ ในงานนี้ หรือไม่ก็มาวัดรอยมือดาราคนโปรดของคุณได้ที่หน้า ปาเลห์ เด เฟสติวาลส์ “The Palais des Festivals” ที่บรรดาดาราชื่อดังทั้งหลายได้ประทับรอยมือไว้ให้เป็นที่ระลึก  นอกจากนี้แล้ว เมืองคานส์  (Cannes) ยังเต็มไปด้วยโรงแรมหรูหราที่สวยงามตั้งตระหง่านอยู่ริมชายหาด "ริเวียร่า" และถนนที่ทอดยาวริมชายหาดที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า โพรมานาด เดอ ลา ครัวเซท “La Promenade de la Croisette”อีกทั้งยังมีท่าจอดเรือยอร์ช ลำงามๆของบรรดามหาเศรษฐีทั้งหลายด้วย จากนั้นเดินทางต่อสู่ เมืองนีซ (Nice) (ระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)



19.00 น.

อาหารค่ำแบบเอเชีย ณ ภัตตาคาร


พักค้างคืน ณ  Mercure Hotel  ****

 

วันที่เจ็ดของการเดินทาง (7 )         นีซ  - แซ็งปอล เดอ วองซ์ – มอนติ คาร์โล (โมนาโค) – เวียนนา (ออสเตรีย)


07.00 น.

อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

 

นำท่านออกเดินทางเข้าสู่ แซ็งปอล เดอ วองซ์ (Saint Paul De Vence)  ( ระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที)  เป็นเมืองที่ถูกสร้างอยู่บนยอดเขา และเป็นหมู่บ้านโบราณที่มีประวัติศาสตร์มาตั้งแต่ยุคกลางให้ท่านได้ เดินชมอาคารบ้านเรือนที่งดงามแห่งนี้ และจากบนยอดเขานี้ท่านจะได้เห็นชายฝั่งทะเลที่งดงามเกินคำบรรยาย และเมืองนี้ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับศิลปินชื่อดังหลายท่านรวมทั้งศิลปินชื่อก้องโลกที่ย้ายมาอาศัยในเมืองนี้จนกระทั่งเสียชีวิตที่นี่คือ มาร์ค ชากัลล์ (Marc Chagall) เมืองนี้สวยมาก ห้ามพลาด จากนั้นเดินทางสู่ เมืองมอนติคาร์โล (Monte Carlo)  (ระยะทางประมาณ  25 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที)

              

12.00 น.

อาหารกลางวันแบบพื้นเมือง ณ ภัคตาคารบนยอดเขา


นำท่านชม เมืองมอนติคาร์โล (Monte Carlo)  เมืองบนภูเขากับทะเลสวย และการแข่งขันรถสูตรหนึ่ง Formula 1 ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีและยังเมืองตากอากาศของบุคคลสำคัญทั่วโลก และเป็นแหล่งคาสิโนชื่อดังและมีความหรูหราและงดงาม ท่านสามารถ เห็นเรือยอทช์ลำหรูจอดเรียงรายเต็มท่าเรือ ณ บริเวณ เขตเมืองเก่าโมนาโค วิลล์ “Monaco Ville” จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ ปราสาทปาเล เดอ แปงซ์ “Palais De Princes” พระราชวังที่ประทับของกษัตริย์แห่งโมนาโคอย่างเป็นทางการ ซึ่งปฐมกษัตริย์แห่ง ราชวงศ์กริมาลดี (Grimaldi) เริ่มใช้ที่นี่เป็นพระราชวัง จากนั้นเป็นต้นมาสมาชิกของราชวงศ์กริมาลดีแห่งโมนาโคทุกพระองค์ล้วนแต่เคยประทับ ณ ปราสาทนี้ทั้งสิ้น จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ คาสิโนแห่งมอนติคาร์โล ซึ่งมีอายุกว่า 100 ปี และปัจจุบันบ่อนคาสิโนได้กลายเป็นแหล่งรายได้หลักของโมนาโคอีกด้วย

                

19.55 น.

เหิรฟ้ากลับสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่  OS 422  (ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 45 นาที)

21.40 น.

เดินทางถึง กรุงเวียนนา (Vienna) ประเทศออสเตรีย (Austria) รอเปลี่ยนเที่ยวบิน

23.20 น.  

เหิรฟ้ากลับสู่ กรุงเทพ โดยเที่ยวบินที่  OS 025  (ใช้เวลาเดินทาง 10.00 ชั่วโมง)

 

วันที่แปดการเดินทาง (8)          กรุงเทพฯ


14.20 น.  

เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ พร้อมความทรงจำที่แสนประทับใจ ในการเยือนประเทศฝรั่งเศส                                          


แกลเลอรี่

 

หมายเหตุ

  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางในกรณีที่มีผู้เดินทาง ต่ำกว่า 20 ท่าน โดยที่จะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบ ล่วงหน้าก่อน 10 วัน และยินดีที่จะจัดหาคณะทัวร์อื่นทดแทนให้หากท่านต้องการ
  • โรงแรมที่พักตามบริษัทจัดให้ในรายการ หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน (ห้องละ 2 ท่าน) พร้อมอาหารเช้า หากวันเข้าพักตรงกับงาน เทศกาลเทรดแฟร์หรือการประชุมต่างๆอันเป็นผลที่ทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยน ย้ายเมือง โดยคำนึงถึงความเหมาะสมเป็นหลัก
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการท่องเที่ยว กรณีที่เกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย อาทิ การล่าช้าของสาย  การบินการนัด หยุดงาน, ภัยธรรมชาติ, การก่อจราจล, อุบัติเหตุ ฯลฯ ทั้งนี้จะคำนึงถึงผลประโยชน์และจะรักษา ผลประโยชน์ของท่านไว้ ให้ได้ มากที่สุด
  • บริษัทฯ ต้องขอกราบอภัยในการสงวนสิทธิ์ในการไม่รับผู้เดินทางที่เป็นเด็ก อายุต่ำกว่า 2 ขวบ และ ท่านที่ต้องใช้ Wheelchair เว้นแต่มีการตกลงกับพนักงานขาย
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนเงินค่าทัวร์ทั้งหมด หากท่านใช้หนังสือเดินทางข้าราชการ แล้วถูกปฎิเสธการเข้าหรือออกประเทศใดประเทศหนึ่ง
  • ในกรณีที่ท่านที่จะต้องออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ โปรดแจ้งพนักงานขายเพื่อขอการันตีว่ากรุ๊ปออกเดินทางแน่นอนก่อน หากท่านออกตั๋วโดยไม่ได้รับคำยืนยันจากพนักงานขายแล้วกรุ๊ปนั้นออกเดินทาง ไม่ได้ บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับผิดชอบทุกกรณี
  • เนื่องจากการท่องเที่ยวนี้เป็นการชำระแบบเหมาจ่ายกับบริษัทตัวแทนในต่างประเทศ ท่านไม่สามารถที่จะเรียกร้อง เงินคืน ใน
  • กรณี ที่ท่านปฏิเสธหรือสละสิทธิ์ในการใช้บริการนั้นที่ทางทัวร์จัดให้ ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณี
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น และจะไม่คืนเงินค่าทัวร์ที่ท่านชำระมาแล้วหากท่านถูกปฏิเสธวีซ่า หรือการเข้า
  • เมือง  อันเนื่องจากการกระทำที่ส่อไปในทางผิดกฎหมายหรือการหลบหนี เข้าเมือง ฯลฯ
  • รบกวนท่านอ่านหมายเหตุทุกข้อก่อนทำการจองและวางมัดจำทัวร์ เพื่อให้ท่านได้เดินทาง อย่างมีความสุข


กำหนดการเดินทาง     6 – 13 และ 13 – 20 สิงหาคม 2554:       79,900.- บาท

อัตราค่าบริการ


ราคา/บาท
ผู้ใหญ่พักห้องคู่ ท่านละ 79,900.-
เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี มีเตียง(พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน) ท่านละ 75,900.-
เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ไม่มีเตียง(พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน) ท่านละ 69,900.-
พักเดี่ยว จ่ายเพิ่ม 12,000.-

ชั้นธุรกิจ ( ราคาแจ้งเป็นราคาเริ่มต้น )

จ่ายเพิ่ม

60,000.-

หักตั๋วเครื่องบิน

ลดราคา 30,000.-

 

อัตรานี้รวม

  1. ตั๋วเครื่องบินชั้นท่องเที่ยว สายการบินไทย  เส้นทาง กรุงเทพฯ – โรม // ปารีส - กรุงเทพฯ
  2. ** Tax – Insurance – Fuel Charge ที่เรียกเก็บเพิ่มโดยสายการบิน หากทางสายการบินมีการเรียกเก็บเพิ่มจากวันดังกล่าว ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บจากท่านตามความเป็นจริง ทางบริษัทฯ คิดอัตรา ณ เดือน มกราคม 2554
  3. ภาษีสนามบินทุกแห่ง
  4. ค่าธรรมเนียมในการขอวีซ่า
  5. โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว จำนวน 7 คืนพร้อมอาหารเช้าแบบบุฟเฟต์
  6. รถบัสปรับอากาศสภาพดี  นำท่านเที่ยวตามรายการ พร้อมคนขับรถที่ชำนาญเส้นทาง (กฎหมายไม่อนุญาตให้ขับรถเกิน 12 ช.ม./วัน)
  7. ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ตามที่ระบุในรายการ
  8. ค่าทิปคนขับรถและไกค์ท้องถิ่น
  9. อาหารมาตรฐาน ปรับดีกว่าเมนูปกติทั่วไป รวมเป็นอาหารกลางวัน 6 มื้อ และอาหารค่ำ 5 มื้อ
  10. หัวหน้าทัวร์ผู้มีประสบการณ์นำเที่ยว ให้ความรู้ สนุกสนานและคอยดูแลอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  11. ค่าประกันอุบัติเหตุในระหว่างการเดินทางในวงเงิน ท่านละ  1,000,000. - บาท (หากอายุเกิน 70 ปีขึ้นไป ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง 50%)
  12. ค่ายกกระเป๋าใบใหญ่ท่านละ 1 ใบ น้ำหนักไม่เกิน 20 ก.ก. ส่วนกระเป๋าใบเล็กอยู่ในความดูแลของท่านเองน้ำหนักไม่เกิน 7 ก.ก.

อัตรานี้ไม่รวม

  1. ค่าทำหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
  2. ค่าใช้จ่ายส่วนตัวในโรงแรม อาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก, ค่าอาหารที่สั่งมาทานในห้องพัก ฯลฯ
  3. ค่าเครื่องดื่มและอาหารที่สั่งพิเศษในร้านอาหาร ที่นอกเหนือจากทางทัวร์จัดให้ ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ
  4. ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ ขึ้นอยู่กับการบริการ
  5. อัตราผกผันน้ำมันและภาษีต่างๆ หากมีการปรับขึ้นจากสายการบิน

เงื่อนไขการจอง

1.    ส่ง Fax แบบฟอร์มการจองทัวร์ พร้อมกับหน้า Passport มาที่ 0-2704-6276
2.    กรุณาชำระมัดจำท่านละ 35,000 บาท ภายใน 3 วัน หลังจากการทำการจอง โดยโอนผ่านบัญชี
3.    ส่วนที่เหลือชำระก่อนออกเดินทาง 15 วัน

การยกเลิกการเดินทาง

•    ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วัน          คืนเต็มจำนวน 
•    ยกเลิกการเดินทาง 30 - 44 วันขึ้นไป        หักค่าใช้จ่าย ท่านละ 25,000.- บาท
•    ยกเลิกก่อนเดินทาง 15 - 29 วัน        หักค่าใช้จ่าย 50% ของราคาทัวร์
•    ยกเลิกการเดินทางน้อยกว่า 1 - 14 วัน        บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์การไม่คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด
*** ยกเว้นหากบางกรุ๊ปมีการออกตั๋วเครื่องบินไปก่อน ทางบริษัทจำเป็นต้องหักเงินค่าตั๋วเครื่องบิน ***

เอกสารที่ใช้ในการยื่นวีซ่าประเทศฝรั่งเศส

สถานทูตใช้เวลาในการพิจารณาวีซ่า 21 วันทำการ
1.    พาสปอร์ตที่ยังไม่หมดอายุ และมีอายุคงเหลือไม่ต่ำกว่า 6 เดือนนับจากวันเดินทาง หากมีพาสปอร์ตเล่มเก่า ไม่ว่าจะเคยมีวีซ่าประเทศ
ฝรั่งเศสหรือไม่ก็ตาม ควรนำไปแสดงด้วยเพื่อเป็นการง่ายต่อการอนุมัติวีซ่า  ** ต้องมีหน้าว่าง ที่ไม่มีตราประทับอย่างน้อย 4 หน้า
2.     รูปถ่ายสีขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป **ฉากหลังต้องมีสีขาวเท่านั้น หน้าตรง ไม่สวมแว่นตาดำ, ไม่ยิ้ม และต้องไม่มีลวดลาย, ไม่เป็นสีเข้ม ต้องไม่มีการแต่งภาพถ่าย และห้ามเป็นภาพที่ถ่ายสแกนจากคอมพิวเตอร์,ถ่ายจากกล้องดิจิตอลหรือโพลาลอยด์ ไม่ใช้รูปรับปริญญาและควรมีอายุไม่เกิน 6 เดือนและเหมือนกันทั้ง 2 รูป
3.    สำเนาทะเบียนบ้าน / สำเนาบัตรประชาชน หรือบัตรข้าราชการ / สำเนาสูติบัตร (ในกรณีที่อายุไม่ถึง 20 ปี)
4.    สำเนาทะเบียนสมรส (ในกรณีที่เป็นนาง) / สำเนาใบหย่า (ถ้ามี)
5.    สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ หรือนามสกุล (ถ้ามี)
6.    หนังสือรับรองการทำงานตัวจริง จากบริษัทฯที่ท่านทำงานอยู่ต้องเป็น ภาษาอังกฤษเท่านั้น โดยระบุตำแหน่ง, อัตราเงินเดือนใน
ปัจจุบัน, วันเดือนปีที่เริ่มทำงานกับบริษัทนี้ และช่วงเวลาที่ขอลางานเพื่อเดินทางไปยุโรป หลังจากนั้นจะกลับมาทำงานตามปกติหลัง
ครบกำหนดลา

  • ธุรกิจส่วนตัวหรือค้าขาย ขอสำเนาใบทะเบียนการค้าหรือสำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ที่มีชื่อของผู้เดินทางเท่านั้น
  •  กรณีที่เป็นเจ้าของบริษัท ขอสำเนาหนังสือจดทะเบียนรับรองบริษัท ที่มีชื่อบริษัท และชื่อผู้เดินทางเป็นหุ้นส่วน หรือเป็นเจ้าของกิจการด้วย คัดลอกมาไม่เกิน 3 เดือน ในกรณีที่มีกรรมการผู้ลงนาม มากกว่า 1 ท่าน ให้แนบจดหมายรับรองการทำงานประกอบด้วย
  •  กรณีทำธุรกิจส่วนตัวแต่มิได้จดทะเบียนการค้า ให้ทำหนังสือชี้แจงต่อสถานทูตเป็นภาษาอังกฤษ
  •  กรณีข้าราชการ ต้องใช้หนังสือรับรองการทำงานจากหน่วยงานนั้นๆ (ภาษาอังกฤษ หรือภาษาไทย) ไม่สามารถใช้สำเนาบัตรข้าราชการเพียงอย่างเดียว เป็นหลักฐานยื่นต่อสถานทูตได้
  •  กรณีที่เป็นนักเรียน / นักศึกษา จะต้องมีหนังสือรับรองจากสถาบันการศึกษา (ภาษาอังกฤษ) เท่านั้น พร้อมสำเนาบัตร บัตรนักศึกษาด้วย
  •  แม่บ้าน แสดงเอกสารรับรองการงานของสามี ถึงแม้สามีจะไม่เดินทางไปด้วย พร้อมทั้งแนบสำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาสมุดเงินฝาก, สำเนาทะเบียนบ้าน, สำเนาบัตรประชาชน (ในกรณีที่สามีเสียชีวิตให้แนบเอกสารสำเนาใบมรณะบัตร)

7.    สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์หรือฝากประจำย้อนหลัง 6 เดือน ควรเลือกเล่มที่มีการเข้าออกของเงินสม่ำเสมอ และมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 6 หลัก เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีฐานะการเงินเพียงพอที่จะครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ** ในกรณีที่เดินทางเป็นครอบครัว หากใช้บัญชีใดบัญชีหนึ่งในการยื่นขอวีซ่า ต้องออกหนังสือรับรองค่าใช้จ่ายให้บุคคลในครอบครัวด้วย 
บัญชีกระแสรายวันไม่สามารถนำมายื่นวีซ่าได้ทุกกรณี
8.    กรณีที่บริษัทฯ ของท่านเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับผู้เดินทางทั้งหมด นอกเหนือจากเอกสารข้อ 1-7 แล้วทางบริษัทฯ จะต้องออกจดหมายอีกหนึ่งฉบับเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่าย และการกลับมาทำงานของท่าน โดยระบุชื่อผู้เดินทางทั้งหมดและเหตุผลที่จัดการเดินทางในจดหมายด้วย
9.    กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี เดินทางไปกับบิดา หรือมารดาท่านใดท่านหนึ่ง จะต้องขอหนังสือยินยอม โดยที่บิดาหรือมารดา และบุตร จะต้องไปยื่นเรื่องแสดงความจำนงในการอนุญาตให้บุตรเดินทางไปกับอีกท่านหนึ่งได้ ณ ที่ว่าการอำเภอหรือเขต โดยมีนายทะเบียน หรือเจ้าหน้าที่ลงลายมือชื่อ และประทับตรารับรองจากทางราชการอย่างถูกต้อง

  • การบิดเบือนข้อเท็จจริงประการใดก็ตาม อาจจะถูกระงับมิให้เดินทางเข้าประเทศอิตาลีเป็นการถาวร
  • หากสถานทูตมีการสุ่มเรียกสัมภาษณ์บางท่าน ทางบริษัทฯ ขอความร่วมมือในการเชิญท่านไปสัมภาษณ์ตามนัดหมาย และ โปรดแต่งกายสุภาพ ทั้งนี้ทางบริษัทฯ จะส่งเจ้าหน้าที่ไปอำนวยความสะดวก และประสานงานตลอดเวลาและหากสถานทูตขอเอกสารเพิ่มเติมทางบริษัทฯใคร่ขอรบกวน ท่านจัดส่งเอกสารดังกล่าวเช่นกัน
  • กรณียกเลิกการเดินทางภายหลังจากได้วีซ่าแล้ว ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการแจ้งสถานทูตเพื่อให้อยู่ในดุลพินิจของทางสถานทูต เรื่องวีซ่าของท่าน เนื่องจากการขอวีซ่าในแต่ละประเทศจะถูกบันทึกไว้เป็นสถิติในนามของบริษัทฯ เมื่อท่านได้ชำระเงินมัดจำหรือทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านตัวแทนของบริษัทฯ หรือชำระโดยตรงกับทางบริษัทฯ จะขอถือว่าท่านรับทราบและยอมรับในเงื่อนไขต่างๆที่ได้ระบุไว้โดยทั้งหมด

 

แบบฟอร์มการจองทัวร์  พนักงานที่ติดต่อ..............................
โปรแกรม..................................................................... กำหนดการเดินทาง................................. ราคา.................................
ชื่อผู้ จอง...................................................................... เบอร์ติดต่อ............................................... E-mail :.....................................................................
จำนวน ผู้ใหญ่......................... ท่าน       เด็กอายุ 2-12 ปี.................................. ท่าน     เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี............................ ท่าน
**กรุณากรอกข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษ ตาม หน้าพาสปอร์ตและระบุข้อมูลประเภทอาหารที่ต้องการ เช่น ไม่ทานสัตว์ปีก, ไม่ทานเนื้อวัว และประเภทห้องที่ต้องการและท่านใดพักกับท่านใด เป็นต้น
สมาชิกผู้ร่วมเดินทาง
No.    NAME     No.Passport    Date of birth    ROP. No.    ประเภทห้อง    Remark , Request , Seat , Food
1                              
2                              
3                              
4                              
5                              
6